การศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็กพิการที่มีต่อรูปแบบการให้บริการ
ของฝ่ายบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเด็กพิการและครอบครัว
   
 

บทคัดย่อ

   
                 การวิจัยครั้งนี้เป็นการึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็กพิการที่มีต่อรูปแบบการให้บริการของฝ่ายบริการช่วยเหลือ
ระยะแรกเริ่มเด็กพิการและครอบครัว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็กพิการที่มารับบริการจากฝ่ายบริการช่วยเหลือ
ระยะแรกเริ่มเด็กพิการและครอบครัว  ศูนย์/โปรแกรมวิชาการศึกษาพิเศษ  คณะครุศาสตร์  สถาบันราชภัฏสวนดุสิต  ปีการศึกษา 2544 
จำนวน 90 คน/ครอบครัว  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  คือ แบบสอบถามจำนวน 1 ชุด  โดยแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1  
เป็นข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว  ตอนที่ 2  เป็นข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการให้บริการของฝ่ายบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม
เด็กพิการและ ครอบครัว

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ปกครองเด็กพิการที่มารับบริการจากฝ่ายบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเด็กพิการและครอบครัว
จำนวน 90 คน/ครอบครัว ซึ่งได้ข้อมูลย้อนกลับจำนวน 64 ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ  71.11  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม
วิเคราะห์ข้อมูลสำเร็จรูปทางสถิติ
SPSS for Windows.

ผลการวิจัยพบว่า

ตอนที่ 1  ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับครอบครัว

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นมารดาจำนวนมากที่สุด คือ 26 คน  คิดเป็นร้อยละ 71.9  อายุ  31-40 ปี มากที่สุด จำนวน 34 คน  คิดเป็นร้อยละ 53.1 
เป็นเด็กออทิสติกมากที่สุด จำนวน 20 คน  คิดเป็นร้อยละ 31.3  โดยในแต่ละครอบครัวมีบุตรจำนวน 1 คน มากที่สุด  คือ จำนวน 26 คน  คิดเป็นร้อยละ
40.6  ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นแม่บ้าน จำนวน 23 คน  คิดเป็นร้อยละ 35.9  จบการศึกษาปริญญาตรีมากที่สุด คือ 34 คน  คิดเป็นร้อยละ 53.1 
มีรายได้ 12,000 บาท/เดือน มากที่สุด  จำนวน 47 คน  คิดเป็นร้อยละ 73.4  และแพทย์แนะนำให้มารับบริการที่ศูนย์ฯ มากที่สุด คือ 21 คน 
คิดเป็นร้อยละ 32.8  โดยมารับบริการ 1-2 วัน  มากที่สุด  จำนวน 27 คน  คิดเป็นร้อยละ 42.2  และมารับบริการที่ศูนย์ฯ จำนวน 56 คน  คิดเป็นร้อยละ 87.5

ตอนที่ 2  ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อรูปแบบการให้บริการ

ด้านรูปแบบการให้บริการ

               ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการให้บริการที่ทางฝ่ายบริการฯ จัดให้ทุกรูปแบบอยู่ในระดับมาก เช่น การรับบริการโดยตรงที่
ฝ่ายบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเด็กพิการและครอบครัว  การรับบริการทางไปรษณีย์ การรับบริการทางโทรศัพท์ และการบริการเยี่ยมบ้าน  เป็นต้น

ด้านกิจกรรมที่แนะนำผู้ปกครองในการพัฒนาทักษะเด็ก

               ผู้ปกครองพึงพอใจต่อกิจกรรมที่ครูแนะนำในการพัฒนาทักษะเด็กอยู่ในระดับมาก เช่น เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม  ความเหมาะสม
ของการใช้สื่อประกอบในแต่ละกิจกรรม  ระยะเวลาในการทำกิจกรรมและความเหมาะสมในการจัดกลุ่มประเภทเด็กและกิจกรรมของเด็ก  เป็นต้น

ด้านบทบาทของครูในการพัฒนาทักษะเด็ก

               ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับมากต่อบทบาทของครูในการพัฒนาทักษะเด็ก  เช่น  บทบาทในการให้คำปรึกษาแนะนำ  บทบาทความสามารถ
ในการทำกิจกรรม  บทบาทในการเตรียมความพร้อมของสื่อของครูทุกครั้งที่ทำกิจกรรม  และบทบาทในการติดตามผลของครู  เป็นต้น